ภาพจากงานวันบูรพาจารย์ 25-03-2555

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นงานวันบูรพาจารย์ จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระครูไกรสรวิลาส (พระมหาธีพันธ์ เมตตาวิหารี) อดีตเจ้าอาวาสผู้ก่อตั้งวัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม ในงานนี้มีพระสงฆ์ทั้งจากเมืองไทยและยุโรปมาร่วมงานครั้งนี้กว่า 10 รูปด้วยกัน และทางวัดก็ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก มาเป็นประธานในพิธีพร้อมทั้งอุปทูตที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่สถานทูต ได้จัดกงสุลสัญจรมาให้คำปรึกษาแก่พี่น้องชาวไทยด้วย  นอกจากนี้สถานทูตก็ได้ทำอาหารมาร่วมกับโรงทานของวัดด้วย สาธุ

Posted in ภาพกิจกรรมประจำเดือน, กิจกรรมประจำปี 2555, วันบูรพาจารย์ | Comments Off

วันบูรพาจารย์

http://www.watmetta.nl/wp-content/uploads/2012/03/mettavihari.jpg

วันบูรพาจารย์ คือวันที่พระครูไกรสรวิลาศ (พระมหาธีรพันธ์ เมตฺตาวิหารี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ) ได้ก่อตั้งวัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัมขึ้น ในปี 1982 (พ.ศ.2525) ฉะนั้นในทุกๆ ปี เราจึงได้จัดงานเพื่อรำลึกถึงคุณของบูรพาจารย์ ผู้ได้ลงหลักปักฐาน หว่านเมล็ดพันธ์แห่งธรรมะให้เจริญงอกงามขึ้นในต่างแดน ซึ่งปีนี้เราได้กำหนดจัดงานขึ้นนับเป็นปีที่ 5 แล้ว..ทางวัดกำลังเตรียมงานกันอย่างขมีขมันเพื่อให้งานออกมาอย่างดีและพิเศษที่สุด กิจกรรมพิเศษอย่างหนึ่งสำหรับงานบูรพาจารย์ในครั้งนี้คือ การเทศน์ 3 ธรรมมาสน์ จะสนุกสนาน น่าสนใจแค่ไหน ต้องลองตามไปฟังเทศน์กันนะจ้า.. และครั้งนี้จะมีพระสงฆ์มาร่วมกิจกรรมในงานถึง 13 รูป ..จึงใคร่ขอเชิญชวนท่านสาธุชนและศานุศิษย์ทั้งหลาย มาร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกันที่ Het Werkteater Amsterdam วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม  พ.ศ. 2555 เวลา 10.00-15.30 น. หมายเหตุ 1. กรุณาแต่งชุดขาวหรือชุดสุภาพ เจ้าหน้าที่วัดแต่งชุดขาว 2.การเดินทาง โดยรถยนต์ส่วนตัวมีที่จอดรถฟรี 3.การเดินทางโดยรถไฟหรือรถบัส ให้นั่งรถเมล์ สาย 22 หรือ 43 จากหน้า  Amsterdam centraal มาประมาณ 4-5 ป้าย ลงป้าย Oostenburggracht

Posted in กิจกรรมประจำปี 2555, วันบูรพาจารย์ | Comments Off

ความสุขจากการให้อภัย

http://www.watmetta.nl/wp-content/uploads/2011/08/Wai-94x150.jpg

ความสุขจากการให้อภัย “ผู้ที่อ่อนแอไม่สามารถให้อภัยใครได้เพราะการให้อภัยได้นั้นนับเป็นความเข้มแข็งแท้จริง” มหาตมะคานธี หากคุณให้ความรักความไว้วางใจ ช่วยเหลือใครสักคน แต่ภายหลังเขากลับไปคบคิดกับคนอื่นให้ร้ายคุณพูดถึงคุณในทางที่เสียหาย จนคุณต้องได้รับความอับอาย คุณจะให้อภัยเขาคนนั้นได้ไหม ๑. ให้อภัยได้ถ้าคนนั้นได้รับโทษอย่าสาสมเสียก่อน ๒. ให้อภัยได้ เพราะเป็นสิ่งดีที่จะให้อภัยดังเช่นที่พ่อแม่ หรือศาสนาสั่งสอนมา ๓. ให้อภัยได้เพราะจะช่วยให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ๔. ให้อภัยได้เพราะเป็นการแสดงออกของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ท่านผู้อ่านจะเลือกข้อใดที่ตรงใจท่านมากที่สุด ผมได้ลองถามนักศึกษาแพทย์ปี๕ ที่เรียนวิชาจิตเวชศาสตร์อยู่รวม ๓๓ คนคำตอบที่ได้จากลูกศิษย์แพทย์กลุ่มนี้น่าสนใจทีเดียวครับมีตอบข้อหนึ่งอยู่ ๑๓ คนตอบข้อสองอยู่ ๑๒ คน ตอบข้อสามอยู่ ๕ คน และตอบข้อสี่อีก ๓ คนที่กล่าวมานี้คงไม่ถึงกับเป็นโพลสำรวจนะครับ เพียงอยากจะให้เห็นว่าคนเราแต่ละคนมีมุมมองในเรื่องการให้อภัยที่แตกต่างกันมาก มนุษย์มีแนวโน้มในจิตใจแต่กำเนิดที่จะโต้ตอบทางลบมากขึ้นต่อคนที่แสดงออกทางลบต่อเราธรรมชาตินี้เองเป็นที่มาของการแก้แค้นกันและตอบโต้กันจนไม่รู้จบสิ้นสิ่งนี้เกิดจากอะไร นอกจากมนุษย์แล้ว สิ่งมีชีวิตอื่นมีพฤติกรรมการแก้แค้นเช่นมนุษย์หรือไม่จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบปรากฏการณ์ของการแก้แค้นเกิดขึ้นได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูงบางชนิดด้วย เช่น ลิงชิมแปนซีและพบต่ออีกว่า เมื่อการแก้แค้นเกิดขึ้นการกระทำนั้นมักจะมีความรุนแรงมากกว่าที่ถูกกระทำในตอนแรกจึงมีแนวโน้มให้เกิดวงจรการล้างแค้น ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆซึ่งเราพบเห็นตัวอย่างการโต้ตอบที่รุนแรงมากมายในสงครามและประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติการให้อภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยตัดและลดทอนการแก้แค้นซึ่งมีแต่จะเพิ่มความสูญเสียทั้งสองฝ่าย พัฒนาการ ของการให้อภัยผู้อื่นเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางจิตใจด้วย พบว่า คนเราสามารถให้อภัยได้มากขึ้นตามอายุคือคนในวัยสูงอายุจะให้อภัยผู้อื่นได้ง่ายกว่าคนในวัยผู้ใหญ่และมากกว่าคนในวัยรุ่นซึ่งน่าจะสะท้อนถึงโลกทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปในคนที่ผ่านชีวิตมานานกว่า มีความเข้าใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้นนอกจากนี้พัฒนาการของการให้อภัยยังมีลักษณะที่เป็นลำดับขั้นเหมือนที่มนุษย์เรามีพัฒนาการทางร่างกายจากคลานเป็นนั่ง จนถึงการยืนและเดินตามลำดับ คือใน ขั้นต้นการให้อภัยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ที่กระทำผิดได้รับการล้างแค้นหรือการลงโทษอย่างสาสมเสียก่อนขั้นกลาง คือ การให้อภัย เป็นสิ่งควรทำเนื่องจากเป็นสิ่งที่สังคมและคำสั่งสอนของพ่อแม่หรือศาสนาสอนไว้ ในขั้นสูงคือการให้อภัยควรทำเพื่อให้เกิดความสงบสุขในสังคมและในขั้นสูงสุดคือเป็นการแสดงออกของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข( Unconditional love ) ความจริงแล้วการให้อภัยกลับกลายเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่ให้อภัยเองเพราะการให้อภัยคือการปลดปล่อยตนเองจากซากอดีตที่เจ็บปวดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ดังที่ คอร์รี่ เทน บูม ( Corrie ten Boom ) ผู้ช่วยเหลือชาวยิวจากค่ายกักกันของนาซีได้กล่าวว่า “ การให้อภัยคือการปลดปล่อยนักโทษ และนักโทษผู้นั้นก็คือคุณนั่นเอง ”และจากประสบการณ์ตรงของเธอเองที่ได้บันทึกไว้ว่า “ ในท่ามกลางเหยื่อที่ถูกนาซีทำทารุณกรรมนั้นผู้ที่สามารถสร้างชีวิตใหม่ได้ดีและสามารถดำรงชีวิตที่เป็นสุขได้คือผู้ที่สามารถให้อภัยต่อความเลวร้ายเหล่านั้น ” ผลดีอีกประการคือผู้ที่มักให้อภัยผู้อื่นได้ง่ายจะมีความเป็นปฏิปักษ์น้อยไม่หลงตัวเอง ไม่ชอบครุ่นคิดวนเวียน เป็นคนที่มีนิสัยพูดง่าย ไม่เรื่องมากทำให้กังวลและซึมเศร้าน้อยกว่า ป่วยเป็นโรคประสาทน้อยกว่ามีลักษณะที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากกว่าการให้อภัยจึงเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันโรคทางจิตเพิ่มสุขภาพจิตที่ดีสำหรับตัวผู้ให้อภัยนั้นเองผมจึงอยากชวนท่านผู้อ่านได้ทบทวนไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งและตั้งใจอย่างแน่วแน่เพื่อที่จะช่วยกันปลดปล่อยความเคืองแค้นที่ยังฝังใจเพื่อให้จิตใจได้รับอิสรภาพและเกิดความสุขสงบทางใจ การที่จะให้อภัยแก่บุคคลผู้ที่เคยทำให้เราเจ็บปวดแม่ชีเทเรซ่าสอนว่า “เพื่อที่จะให้อภัยใครบางคนที่ทำให้เราปวดร้าวเพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่กับผู้ที่เคยทำให้เราผิดหวังเพื่อที่จะคงความเสียสละไว้แม้เคยถูกหลอกลวง …

Posted in มุมธรรมะ , จิปาถะ ทั่วไป | Comments Off

วันมาฆบูชา

http://www.watmetta.nl/wp-content/uploads/2012/02/owapatimok1250.jpg

เดือนกุมภาพันธ์นั้น ในทางโลกนั้นถือเป็นเดือนแห่งความรัก แต่สำหรับในทางพระพุทธศาสนาแล้ว ความรักและความเมตตาที่เรามีให้กันและกันหาได้จำกัดในเพียงวันใดวันหนึ่ง หรือ เดือนใดเดือนหนึ่งไม่ แต่เรามีความรักและเมตตาให้แก่กันและกันทุกวันไป ในเดือนนี้มีอีก 1 วันสำคัญทางศาสนานั่นคือวันมาฆบูชา ซึ่งแปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญ เดือน 3 (ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ) คือวันที่มีการประชุมสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพุทธศาสนา ที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” หมายความว่า “การประชุมด้วยองค์ 4″ กล่าวคือมีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ 4 อย่างคือ 1. เป็นวันที่พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีภาคเจ้า 1250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย 2.พระสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็น “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจาก พระพุทธเจ้าทั้งสิ้น 3.พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นผู้ได้บรรลุพระอรหันตผลแล้วทุกองค์ 4.เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ์ ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้ทรงแสดงหลักคำสอนสำคัญอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา นั่นก็คือ โอวาทปาฏิโมกข์ แก่พระสงฆ์สาวกเป็นครั้งแรก ณ เวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ โอวาทปาฏิโมกข์ โดยย่อมีดังนี้ (โอวาทปาติโมกข์ ก็เขียน) สพฺพปาปสฺส อกรณํกุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํเอตํ พุทธาน สาสนํฯ (แปล : การไม่ทำความชั่วทั้งปวง, การบำเพ็ญแต่ความดี, การทำจิตของตนให้ผ่องใส นี้เป็นคำสอนของ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย) ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา (ขันติ คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง) นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา น หิ (พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่านิพพาน เป็นบรมธรรม) ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี …

Posted in วันมาฆบูชา | Comments Off

สมาธิบำบัด..ความเครียด

http://www.watmetta.nl/wp-content/uploads/2012/02/237573_0.jpg

เครียด เครียด เครียด ……… เครียด เครียด เครียด ชีวิตประจำวันของคนทำงานทำให้ดัชนีความเครียดของคนไทยพุ่งสูงปรี๊ด ความเครียดทำให้สุขภาพเราแย่ลง ทำให้เราป่วยง่ายขึ้น ที่สำคัญสำหรับสาวๆ เครียดมากๆทำให้หน้าแก่ก่อนวัยได้นะ เมื่อเรารู้สึกเครียดร่างกายเราจะหลั่งฮอร์โมน Adrenaline จากต่อมหมวกไต ถ้าเครียดมากก็หลั่ง Adrenaline มากขึ้นฮอร์โมนความเครียดก็จะไปยับยั้งการทำงานของอวัยวะสำคัญทั้งหมด เช่นหัวใจ ไต ตับ ปอด ทำให้อวัยวะสำคัญของเราเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็พร้อมใจกันหยุดทำงานเพราะฮอร์โมนความเครียดไปทำให้ภูมิต้านของร่างกายเราต่ำลง ต่ำลง เรียกว่าโรคเครียดนอกจากทำแก่ง่ายแล้วยังทำให้ถึงตายได้นะเนี่ย – ผ่อนคลายความเครียดด้วยการทำสมาธิ การทำสมาธิถือได้ว่าเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ลึกซึ้งที่สุด  สมาธิทำให้จิตใจสงบนิ่ง แต่มีสติ หยุดความคิดที่ฟุ้งซ่าน วิตกกังวล  หรืออารมณ์ด้านลบทั้งหลาย เมื่อเราทำสมาธิจะรู้สึกสบายขึ้นเพราะจะมี  Hormoneชื่อ Endorphins หลั่งออกมาในขณะที่จิตใจสงบนิ่ง ฮอร์โมน Adrenaline  จากต่อมหมวกไต ก็จะหยุดหลั่ง และในขณะนั้นเองเมื่อจิตสงบสมองส่วน  Hypothalamus จะสั่งให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรงขึ้น  ภูมิต้านทานของเราก็จะสร้างเพิ่มขึ้นหลังจากถูกยับยั้งด้วยฮอร์โมนความ เครียด การทำสมาธินี้ดีมาก มาก สำหรับคนที่กำลังบำบัดมะเร็งเพราะ  เมื่อภูมิต้านทานกระเตื้องขึ้นการกำจัดcell มะเร็งก็จะเป็นไปตามที่ต้องการ – ทำสมาธิแบบไหนดี? การทำสมาธิที่สามารถบำบัดโรคที่เกิดจากความเครียด ความกังวล  ไม่ใช่โรคที่เกิดจากเชื้อโรคโดยตรง  แต่สามารถรักษาใจที่เป็นทุกข์อันเกิดจากโรคได้ วิธีฝึกสมาธิบำบัดมีหลายวิธี  ได้แก่ การนั่งภาวนา เดินจงกรม การแผ่เมตตา การอธิษฐานจิต  การฝึกใช้พลังภายในร่างกาย การใช้พลังภายนอก การฝึกเพ่งลูกแก้ว  และอย่างน้อยควรทำวันละ 2 ครั้ง ถ้าทำได้ – ท่าที่สบายที่สุด จะนั่งขัดสมาธิหรือจะนอนหงายวางแขนไว้ข้างตัวก็ได้  ให้เป็นท่าที่เรารู้สึกสบายตัวที่สุด  แล้วก็เลือกสถานที่ที่เรารู้สึกผ่อนคลาย สบายๆไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป  อุณหภูมิในห้องสบาย ๆ หลับตาลงจะได้ตัดตัวเองออกจากโลกภายนอก …

Posted in จิปาถะ ทั่วไป | Comments Off

เรื่องเล่าจากผู้ถวายงานฯ

เรื่องเล่าจากผู้ถวายงาน ตามรอยพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดย ฯพณฯ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี ในรายการที่นี่หมอชิต วันที 4 ธันวาคม พ.ศ.2554 เรื่องเล่าที่คนไทยทุกคนควรรู้ โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่มีโอกาสได้เห็นว่าพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงอุทิศพระวรกาย พระอัจฉริยภาพและพระอุตสาหะ ทรงตรากตรำทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย ในพระราชกรณียกิจต่างๆและทรงพระราชทานพระราชดำริต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของผู้ยากไร้ของพระองค์ท่านให้อยู่ดีกินดี­ขึ้น จะมีพระเจ้าแผ่นดินหรือประมุขขอ­งประเทศไหนในโลก ที่ดั้นด้นลำบากตากตรำพระวรกายถึงขนาดมุดลอดรั้วไปเพื่อไปหา­น้ำให้ราษฎร ผู้ยากไร้ของพระองค์ท่าน ให้อยู่ดีกินดี­ขึ้น… ถ้าจะถามว่าทำไมคนไทยรักพระเจ้าอยู่หัว  … ก็ไม่รู้ว่าจะให้คำจำกัดความคำ­ว่า “รัก” ที่คนไทยมีต่อในหลวงอย่างไร จึงจะสามารถสื่อและบรรยายความรักที่มีต่อในหลวงออกมาได้หมด เพราะคนไทยหรือแม้แต่ต่างชาติเอง ก็รักพระองค์ท่าน รักมากมายเหลือเกิน เพียงแค่นึกถึงพระองค์ตอนไหนน้ำ­ตาแห่งความสุข ความปลื้มปิติ ความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านก็จะไหลออกมานองสองแก้มแล้ว พระองค์ท่านได้ทรงงานอย่างหนักมาตลอดกว่า 60 ปี เพื่อให้ราษฎร์อยู่ดีมีสุข แล้วเราท่านจะทำอะไรถวายพระองค์บ้างหรือไม่ เพื่อให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ    

Posted in 84 พรรษา มหาราชัน | Comments Off

84 พรรษา มหาราชัน

http://www.watmetta.nl/wp-content/uploads/2011/11/84logo3-196x300.jpg

งาน 84 พรรษา มหาราชัน วันที่ 5 ธันวาคม 2554  เป็นวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา (7 รอบ) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์  เสด็จออกมหาสมาคม ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  มีพระราชดำรัสขอบใจอวยพรวันเกิด และทรงแนะข้าราชการทั้งฝ่ายพลเรือและทหารความว่า “ขอขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกัน มาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญา โดยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอสนองต่อพรและไมตรีจิตทั้งนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน ท่านทั้งหลายในที่นี้ ผู้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญ ทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร ย่อมทราบแก่ใจอยู่ทั่วกันว่า ความมั่นคงของประเทศชาตินั้น จะเกิดมีขึ้นได้ ก็ด้วยประชาชนในชาติอยู่ดีมีสุข ไม่มีทุกข์ยากเข็ญ ทั้งนั้นการได้อ่านใดที่เป็นความทุกข์เดือดร้อนของประชาชน ทุกคน ทุกฝ่ายจึงต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องร่วมมือกัน ปฏิบัติแก้ไขให้เต็มกำลัง โดยเฉพาะขณะนี้ ประชาชนกำลังเดือดร้อนลำบากจากน้ำท่วม จึงขอ จึงชอบที่จะร่วมมือกันปัดเป่าแก้ไขให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว และจัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน อย่างเช่น โครงการต่างๆ ที่เคยพูดไปนั้นเป็นการแนะนำไม่ให้สั่งการ แต่ถ้าเป็นปรึกษากันแล้วเห็นว่าเป็น ประโยชน์ คุ้มค่า และทำได้ก็ทำ ข้อสำคัญจะต้องไม่ขัดแย้ง แตกแยกกัน หากจะต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อให้งานที่ทำบรรลุผลที่มีประโยชน์ เพื่อความผาสุกของประชาชน และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยความสุข ความเจริญแก่ท่านทั่วกัน” จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จด้วยรถพระที่นั่งกลับโรงพยาบาลศิริราช     และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมนี้ สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ร่วมกับวัดพุทธาราม Waalwijk, …

Posted in 84 พรรษา มหาราชัน | Comments Off

กิจกรรมประจำปี 2555

ตารางกิจกรรม ประจำปี 2555 วัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม  ประเทศเนเธอร์แลนด์ ********************** ที่ วัน/เดือน/ปี กิจกรรม (Activiteitenschema) 1 7 มกราคม สวดมนต์อธิษฐานจิตเพื่อชีวิตใหม่ / Nieuwejaarsceremonie สถานที่จัดงาน Werkteater Oostenburgergracht 75 , 1018 NC AMSTERDAM 2 26 กุมภาพันธ์ ทำบุญตักบาตรปฏิบัติธรรมเนื่องในวันมาฆบูชา/ Magha Puja dag สถานที่จัดงาน Werkteater Oostenburgergracht 75 , 1018 NC AMSTERDAM 3 25 มีนาคม “วันบูรพาจารย์” ทำบุญอุทิศถวายหลวงพ่อเมตตาวิหารีFormer Abbot Day (Mettavihari) สถานที่จัดงาน Werkteater Oostenburgergracht 75 , 1018 NC AMSTERDAM 4 15 เมษายน สืบสานงานบุญประเพณีสงกรานต์/ Songkran 5 29 เมษายน พระธรรมทูตสัญจร เมือง Anna Pauwlona 6 27 พฤษภาคม ทำบุญตักบาตรปฏิบัติธรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา/ Visakha Puja Dag สถานที่จัดงาน Werkteater Oostenburgergracht 75 , 1018 NC …

Posted in กิจกรรมประจำปี 2555 | Comments Off

“ทำไมเราจึงรัก พระเจ้าอยู่หัว”

“ในหลวง” ….หรือพระนามอื่นๆ ที่เราใช้เรียกแทนพระองค์ท่าน พระนามที่เราท่านเพียงแค่ได้ยิน ได้เอ่ยคำนี้ออกมาจากปาก  น้ำตาแห่งความปลื้มปิติยินดี และอีกหลายๆ ความรู้สึกดีๆจากใจก็ไหลมาเอ่อล้นอยู่ที่ดวงตาเราแล้ว ในหลวงผู้เป็นที่รักและเคารพของคนไทยและใครๆ อีกหลายล้านคน ผู้ซึ่งรักและห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกคนประหนึ่งบุตรในอุทร ถ้าคุณเกิดมาทันในช่วงที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่องของไทย แพร่ภาพข่าวพระราชกรณียกิจของท่านทุกวันก่อนข่าวภาคค่ำ หรือ ก่อนที่หนังสือพิมพ์ต่างๆ จะนำข่าวพระราชกรณียกิจ หรือ พระกรณียกิจของพระบรมวงศานุวงศ์มาไว้ด้านในแทนที่จะขึ้นอยู่หน้าหนึ่งด้านบน คุณจะได้เห็นว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักมากขนาดไหนเพื่อชาวไทย และที่กล่าวมาก็เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้นที่เราท่านได้เห็น แต่พระองค์ยังได้ทรงงานอื่นๆ อีกมายที่เราไม่เห็น ดั่งหลักการตามพระราชนิพนธ์แปล “นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ”  ถ้ามีคนเราว่า… “ทำไมเรารักพระเจ้าอยู่หัว” คำถามนี้ดูเหมือนเป็นคำถามที่ง่าย แต่สำหรับบางคนแล้ว เป็นคำถามที่ตอบยากและอาจจะใช้นานแสนนานเพื่อจะอธิบายหาคำคำตอบ  แต่ถ้าลองพิจารณาดูดีๆ คุณจะพบคำตอบนี้ได้ในใจของคุณเอง ทำไมเรารัก-พระเจ้าอยู่หัว ๐๐๑ “…พระองค์ท่านสูงสุดแล้วแต่ทรงลงปฏิบัติงานอยู่ข้างล่างสุด ชีวิตคนเราหากร่างกายอยู่ลงมาต่ำสุดแล้วแสดงว่าจิตวิญญาณอยู่สูงสุด”

Posted in 84 พรรษา มหาราชัน | Comments Off

“ดอกไม้จากหัวใจ”

http://www.watmetta.nl/wp-content/uploads/2011/11/flowers-from-my-heart-300x296.jpg

“ดอกไม้จากหัวใจ” ที่นครพนม บนเส้นทางรับเสด็จตรงสามแยกชยางกูร-เรณูนคร บายวันที่ 13 พ.ย. 2498 อาณัติ บุนนาค หัวหน้าส่วนช่างภาพประจำพระองค์ ได้บันทึกภาพในวินาทีสำคัญที่กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ภาพหนึ่งของประเทศ  ภาพที่พูดได้มากกว่าคำพูดหนึ่งล้านคำ วันนั้น หลังจากทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารเสร็จสิ้นในช่วงเช้าแล้ว ทั้ง 2 พระองค์ได้เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งกลับไปประทับแรม ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ราษฎรที่รู้ข่าวก็พากันอุ้มลูก จูงหลานหอบกันมารับเสด็จที่ริมถนนอย่างเนืองแน่น ดังเช่นครอบครัว จันท์นิตย์ ที่ลูกหลายช่วยกันนำ แม่ตุ้ม จันทนิตย์ วัย 102 ปี ไปรอรับเสด็จ ณ จุดรับเสด็จห่างจากบ้าน 700 เมตร โดยลูกหลานได้จัดหาดอกบัวสายสีชมพูให้แม่เฒ่าจำนวน 3 ดอก และพาออกไปรอที่แถวหน้าสุดเพื่อให้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทที่สุด

Posted in 84 พรรษา มหาราชัน | Comments Off